ประกาศรายชื่อศิลปินผู้ได้รับรางวัล "คนอ่านเพลง อะวอร์ดส์" ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2548
posted on 10 Feb 2006 04:36 by konarnpleng
รางวัลเพลงยอดเยี่ยม
One Love วันรัก
คำร้อง/ทำนอง วิชญ วัฒนศัพท์
(ศิลปิน ที-โบน อัลบั้ม เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์)
ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ร่วมสมัยของโลก รวมทั้งในภาคใต้ของประเทศไทย มีเพลงไทยสากลอยู่เพียงไม่กี่เพลงที่มีเนื้อหาพูดถึงปัญหาสำคัญดังกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพลงส่วนใหญ่ในจำนวนไม่กี่เพลงเหล่านั้นก็มีเนื้อหาพุ่งเป้าไปที่ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีกรอบความคิดซึ่งไม่ได้หลุดออกไปจากแนวคิดในแบบ รัฐชาติ ที่ชูความเป็นหนึ่งเดียวของ ชาติไทย และกดทับความแตกต่างหลากหลายที่ดำรงอยู่จริงในประเทศไทยและบนโลกใบนี้ อันเป็นสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐทำกันมาตลอดและเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เพลง one love วันรัก ที่ประพันธ์โดย วิชญ วัฒนศัพท์ มือคีย์บอร์ดแห่งวงที-โบน กลับสะท้อนถึงความรู้สึกที่มีต่อปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ในปัจจุบันด้วยท่าทีอันแตกต่างออกไปจากเพลงไทยสากลที่กำลังสะท้อนถึงปัญหาเดียวกัน นั่นคือ วิชญกำลังบอกกับคนฟังว่า ผิวพรรณ ภาษา พรมแดน ชนชั้น ความเชื่อในศาสนา ที่แตกต่างกันนั้น จะไม่สามารถก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งหรือความรุนแรงใด ๆ ได้เลย หากคนในโลกนี้ได้ทำการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นรวมทั้งทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในฐานะที่เป็น คนของโลก อันจะนำไปสู่การเกิดขึ้นของความรักที่จะทลายกำแพงต่าง ๆ ซึ่งแบ่งแยกคนทั่วโลกออกจากกัน นอกจากนั้น เนื้อหาของเพลง ๆ นี้ ก็ได้ทลายกำแพงของแนวคิดในแบบ รัฐชาติ ที่ฝังตรึงแน่นอยู่ในเพลงไทยสากลร่วมสมัยเพลงอื่น ๆ ซึ่งพูดถึงปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ไปพร้อม ๆ กันด้วย
แม้สิ่งที่วิชญวาดหวังไว้ในเพลง one love วันรัก จะมีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้ยากมาก ทว่าถ้อยคำและทำนองที่เรียงร้อยเป็นบทเพลง ๆ นี้ ก็บรรจุไว้ด้วยความใฝ่ฝันของคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่หวังจะได้พบเห็นโลกอันเต็มไปด้วยความรักและสันติภาพ และความใฝ่ฝันเช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้เรายังคงมีความหวังได้ว่า สักวันหนึ่ง โลกใบนี้จะสามารถเป็นโลกที่สงบสุขสำหรับคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ความจริงที่ไม่อาจลืมเลือนไปได้อีกประการหนึ่งก็คือ ความใฝ่ฝันของวิชญที่ปรากฏในเพลง ๆ นี้ ก็ไม่ใช่ความใฝ่ฝันที่เหว่ว้า อ้างว้าง และโดดเดี่ยว หากแต่เป็นความใฝ่ฝันที่มีอยู่ร่วมกันของคนจำนวนมากมายหลากหลายรุ่นบนโลกใบนี้ อย่างน้อย เพลง One Love/People Get Ready ของ Bob Marley & The Wailers ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงอันสำคัญยิ่งของเพลง one love วันรัก ก็ช่วยยืนยันให้เราได้รับฟังถึงความจริงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
รางวัลเพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม
ลูกทุ่ง A Cappella 7
คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง โอปอล์ ตันตยานุสรณ์ ศิลปิน อะ แค็ปเปลล่า 7
(อัลบั้ม เม้าท์ ทู เม้าท์)
นอกจากเพลง ลูกทุ่ง A Cappella 7 จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการร้องประสานเสียงอันยอดเยี่ยมของวงดนตรีที่ชื่อ อะ แค็ปเปลล่า 7 แล้ว เนื้อหาและรูปแบบของเพลง ๆ นี้ ก็มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
เนื่องจากเนื้อหาของเพลงที่กล่าวถึงเรื่องราวของชีวิตเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งจากภาคเหนือของประเทศที่เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานครเพื่อตามล่าไขว่คว้าฝันในการเป็นศิลปินเพลงระดับประเทศ จนกระทั่งสามารถเดินทางไปถึงยังจุดมุ่งหมายที่พวกเขาตั้งไว้ได้ในระดับหนึ่งนั้น ก็มีความสอดคล้องกลมกลืนกันเป็นอย่างดีกับคำร้องและทำนองในรูปแบบลูกทุ่งอันถูกขับร้องออกมาด้วยลีลาอะ แค็ปเปลล่า ในรูปแบบของ โลกตะวันตก ซึ่งจะว่าไปแล้ว การเดินทางในชีวิตของพวกเขาจากภาคเหนือของประเทศเข้ามาสู่กรุงเทพฯ และ การขับร้องเพลงลูกทุ่งออกมาในแบบอะ แค็ปเปลล่า ต่างก็เป็นดังกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานะรวมทั้งวิถีที่ดำเนินไปของกันและกันได้เป็นอย่างดี
จึงอาจกล่าวได้ว่า เพลง ๆ นี้ ถือเป็นบทสรุปในช่วงต้นสำหรับการเดินทางของชีวิตและการทำงานเพลงในช่วง 3 อัลบั้มแรกของสมาชิกวง อะ แค็ปเปลล่า 7 ทั้งห้าคน ก่อนที่เราจะได้พบกับก้าวต่อไปของพวกเขาในอนาคต
รางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
แอนจี้ แอนด์ เดอะ พุสซี่ แคทส์ อัลบั้ม แอนจี้ แอนด์ เดอะ พุสซี่ แคทส์
แม้วงดนตรีหน้าใหม่จากโมโนโทน กรุ๊ปกลุ่มนี้ จะไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติหรือมีเนื้อหาที่แฝงไว้ด้วยแง่มุมความคิดอันแหลมคมหาผู้ใดเสมอเหมือนออกมา ทว่าแนวทางดนตรีในแบบป๊อป-แจ๊ซซ์และบรอดเวย์ที่เธอและพวกเขานำเสนอก็ทำให้คนฟังจำนวนหนึ่งได้รับรู้ถึงพลังของความสดใหม่ทางดนตรีที่เกิดขึ้นมาระลอกแล้วระลอกเล่าในวงการเพลงไทยสากล โดย แอนจี้ แอนด์ เดอะ พุสซี่ แคทส์ ก็ได้มีตำแหน่งแห่งอยู่บนยอดคลื่นลูกใหม่ระลอกล่าสุดซึ่งเดินทางเข้าสู่ชายฝั่งเพลงไทยสากลเมื่อปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมา
รางวัลศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม
บรรณ สุวรรณโณชิน อัลบั้ม สำนวนสวนสัตว์
หลังจากออกผลงานในแนวแจ๊ซซ์และบอสซาโนว่าที่น่าจดจำกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ไปเมื่อปี พ.ศ. 2547 บรรณ สุวรรณโณชิน ก็กลับมาออกผลงานที่ยังยึดมั่นอยู่กับดนตรีแนวทางเดิมอีกครั้ง ในเวลา 1 ปีต่อมา กับสังกัดเล็ก ๆ ส่วนตัว นอกจากแนวทางของดนตรีที่ยังเหมือนเดิม (แต่บันทึกเสียงได้ดีขึ้น) แล้ว เนื้อหาในเพลง (ตลอดจนรูปลักษณ์ของกล่องบรรจุซีดี) ของบรรณก็ยังแฝงไว้ด้วยแง่มุมของคนช่างคิด คนมองโลกในแง่ดี และคนที่มีความพิถีพิถันในการทำงานอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อพิจารณาจากผลงานเพลงไทยสากลทั้งหมดในช่วงปี พ.ศ. 2548 ก็ดูเหมือนว่าศิลปินที่มีจุดยืนในการทำงานของตนเองอย่างแน่วแน่เช่น บรรณ จะเป็นศิลปินชายเดี่ยวซึ่งมีผลงานเพลงเป็นที่น่าพอใจและน่าจดจำที่สุด
รางวัลศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม
สุภัทรา อินทรภักดี อัลบั้ม เมื่อดอกซากุระบาน
เสียงร้องของ สุภัทรา อินทรภักดี ยังคงเป็นเสียงร้องที่มีความไพเราะและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสมอสำหรับวงการเพลงไทยสากล โดยเสียงร้องที่ดีเช่นนั้นรวมทั้งฝีมือการเล่นกีต้าร์คลาสสิคของสุภัทราก็ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเธอที่มีชื่อว่า เมื่อดอกซากุระบาน ในท่ามกลางเพลงใหม่ เพลงเก่า เพลงที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศงดงามในโบสถ์ของคริสต์ศาสนา และเพลงที่ซาบซึ้งกับบรรยากาศสุขสงบในวัดแบบพุทธ เสียงร้องที่ไพเราะของสุภัทรา ตลอดจนการอำนวยการผลิตของ ดนู ฮันตระกูล ได้เรียงร้อยให้ความแตกต่างหลากหลายเหล่านั้นเชื่อมโยงกันเป็นผลงานเพลงที่ฟังแล้วรื่นหูน่าพอใจยิ่งกว่าศิลปินหญิงเดี่ยวคนใดที่ออกผลงานมาในปีเดียวกัน
รางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยม
ที-โบน อัลบั้ม เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์
ก่อนจะออกอัลบั้มชุด เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์ วงดนตรีสกา-เร็กเก้ที่มั่นคงในความเชื่อและแนวทางของตนเองอย่าง ที-โบน ได้มีโอกาสไปร่วมแสดงดนตรีในงานเทศกาลดนตรีแกลสตันบิวรี่ ประจำปี ค.ศ. 2005 อันอาจถือได้ว่าเป็นก้าวย่างสู่การ โก อินเตอร์ ของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า ศิลปินทุกคนทุกกลุ่มที่ได้ไปร่วมงานเทศกาลดนตรีแกลสตันบิวรี่ จะสามารถมีคุณสมบัติเป็น วงดนตรีของโลก ไปเสียทั้งหมด
ในอัลบั้มชุดเอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์ ที่ออกมาภายหลังการเดินทางไปแกลสตันบิวรี่ของที-โบน เพลงที่บรรจุในอัลบั้มชุดนี้ประกอบไปด้วยเพลงที่ใฝ่ฝันถึงความรักที่มีต่อกันของ คนของโลก โดยปราศจากกำแพงแห่งความแตกต่างใด ๆ มากีดกั้น อย่างเพลง one love วันรัก เพลงสนุก ๆ อย่าง มนต์รักเพลงสกา ที่แฝงคำร้องที่น่าสนใจไว้ว่า สกากันสักที ค่ำคืนนี้ยังไม่เลิกลา หัวใจมากมายต่างภาษา อยู่ร่วมกันด้วยความรัก เข้าใจ พูดจา รับฟัง ส่วนเพลงที่มีคำร้องอื่น ๆ ก็มีเนื้อหาอันเป็นสากลซึ่งคนทั่วโลกสามารถทำความเข้าใจได้ (แต่มีข้อแม้คือเขาต้องเรียนรู้ภาษาไทยเสียก่อน) นอกจากนั้น อัลบั้มชุดนี้ ยังมีเพลงบรรเลงที่คนฟังจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้บรรจุอยู่เกือบครึ่งอัลบั้ม
แม้ที-โบนจะทำเพลงภาษาไทย และทำเพลงสกา-เร็กเก้ที่มีกลิ่นอายแบบไทย ๆ แต่เนื้อหาที่มีอยู่ในเพลงจำนวนหนึ่งของพวกเขากลับคำนึงถึงเพื่อนร่วมโลกทุกคน อีกทั้งพวกเขายังสร้างสรรค์เพลงบรรเลงจำนวนมากที่สามารถสื่อสารกับคนรักดนตรีทั่วทั้งโลกโดยไม่แบ่งเชื้อชาติและภาษาได้ อัลบั้มชุด เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์ ของพวกเขาจึงแสดงให้เห็นถึงก้าวย่างทางดนตรีที่สำคัญยิ่งของ ที-โบน เพราะนับจากนี้ พวกเขาจะไม่ใช่วงดนตรีสกา-เร็กเก้ของประเทศไทยอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังจะกลายเป็น วงดนตรีของโลก ของคนรักดนตรีทั่วโลก
One Love วันรัก
คำร้อง/ทำนอง วิชญ วัฒนศัพท์
(ศิลปิน ที-โบน อัลบั้ม เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์)
ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ร่วมสมัยของโลก รวมทั้งในภาคใต้ของประเทศไทย มีเพลงไทยสากลอยู่เพียงไม่กี่เพลงที่มีเนื้อหาพูดถึงปัญหาสำคัญดังกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพลงส่วนใหญ่ในจำนวนไม่กี่เพลงเหล่านั้นก็มีเนื้อหาพุ่งเป้าไปที่ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีกรอบความคิดซึ่งไม่ได้หลุดออกไปจากแนวคิดในแบบ รัฐชาติ ที่ชูความเป็นหนึ่งเดียวของ ชาติไทย และกดทับความแตกต่างหลากหลายที่ดำรงอยู่จริงในประเทศไทยและบนโลกใบนี้ อันเป็นสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐทำกันมาตลอดและเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เพลง one love วันรัก ที่ประพันธ์โดย วิชญ วัฒนศัพท์ มือคีย์บอร์ดแห่งวงที-โบน กลับสะท้อนถึงความรู้สึกที่มีต่อปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ในปัจจุบันด้วยท่าทีอันแตกต่างออกไปจากเพลงไทยสากลที่กำลังสะท้อนถึงปัญหาเดียวกัน นั่นคือ วิชญกำลังบอกกับคนฟังว่า ผิวพรรณ ภาษา พรมแดน ชนชั้น ความเชื่อในศาสนา ที่แตกต่างกันนั้น จะไม่สามารถก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งหรือความรุนแรงใด ๆ ได้เลย หากคนในโลกนี้ได้ทำการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นรวมทั้งทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในฐานะที่เป็น คนของโลก อันจะนำไปสู่การเกิดขึ้นของความรักที่จะทลายกำแพงต่าง ๆ ซึ่งแบ่งแยกคนทั่วโลกออกจากกัน นอกจากนั้น เนื้อหาของเพลง ๆ นี้ ก็ได้ทลายกำแพงของแนวคิดในแบบ รัฐชาติ ที่ฝังตรึงแน่นอยู่ในเพลงไทยสากลร่วมสมัยเพลงอื่น ๆ ซึ่งพูดถึงปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ไปพร้อม ๆ กันด้วย
แม้สิ่งที่วิชญวาดหวังไว้ในเพลง one love วันรัก จะมีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้ยากมาก ทว่าถ้อยคำและทำนองที่เรียงร้อยเป็นบทเพลง ๆ นี้ ก็บรรจุไว้ด้วยความใฝ่ฝันของคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่หวังจะได้พบเห็นโลกอันเต็มไปด้วยความรักและสันติภาพ และความใฝ่ฝันเช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้เรายังคงมีความหวังได้ว่า สักวันหนึ่ง โลกใบนี้จะสามารถเป็นโลกที่สงบสุขสำหรับคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ความจริงที่ไม่อาจลืมเลือนไปได้อีกประการหนึ่งก็คือ ความใฝ่ฝันของวิชญที่ปรากฏในเพลง ๆ นี้ ก็ไม่ใช่ความใฝ่ฝันที่เหว่ว้า อ้างว้าง และโดดเดี่ยว หากแต่เป็นความใฝ่ฝันที่มีอยู่ร่วมกันของคนจำนวนมากมายหลากหลายรุ่นบนโลกใบนี้ อย่างน้อย เพลง One Love/People Get Ready ของ Bob Marley & The Wailers ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงอันสำคัญยิ่งของเพลง one love วันรัก ก็ช่วยยืนยันให้เราได้รับฟังถึงความจริงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
รางวัลเพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม
ลูกทุ่ง A Cappella 7
คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง โอปอล์ ตันตยานุสรณ์ ศิลปิน อะ แค็ปเปลล่า 7
(อัลบั้ม เม้าท์ ทู เม้าท์)
นอกจากเพลง ลูกทุ่ง A Cappella 7 จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการร้องประสานเสียงอันยอดเยี่ยมของวงดนตรีที่ชื่อ อะ แค็ปเปลล่า 7 แล้ว เนื้อหาและรูปแบบของเพลง ๆ นี้ ก็มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
เนื่องจากเนื้อหาของเพลงที่กล่าวถึงเรื่องราวของชีวิตเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งจากภาคเหนือของประเทศที่เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานครเพื่อตามล่าไขว่คว้าฝันในการเป็นศิลปินเพลงระดับประเทศ จนกระทั่งสามารถเดินทางไปถึงยังจุดมุ่งหมายที่พวกเขาตั้งไว้ได้ในระดับหนึ่งนั้น ก็มีความสอดคล้องกลมกลืนกันเป็นอย่างดีกับคำร้องและทำนองในรูปแบบลูกทุ่งอันถูกขับร้องออกมาด้วยลีลาอะ แค็ปเปลล่า ในรูปแบบของ โลกตะวันตก ซึ่งจะว่าไปแล้ว การเดินทางในชีวิตของพวกเขาจากภาคเหนือของประเทศเข้ามาสู่กรุงเทพฯ และ การขับร้องเพลงลูกทุ่งออกมาในแบบอะ แค็ปเปลล่า ต่างก็เป็นดังกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานะรวมทั้งวิถีที่ดำเนินไปของกันและกันได้เป็นอย่างดี
จึงอาจกล่าวได้ว่า เพลง ๆ นี้ ถือเป็นบทสรุปในช่วงต้นสำหรับการเดินทางของชีวิตและการทำงานเพลงในช่วง 3 อัลบั้มแรกของสมาชิกวง อะ แค็ปเปลล่า 7 ทั้งห้าคน ก่อนที่เราจะได้พบกับก้าวต่อไปของพวกเขาในอนาคต
รางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
แอนจี้ แอนด์ เดอะ พุสซี่ แคทส์ อัลบั้ม แอนจี้ แอนด์ เดอะ พุสซี่ แคทส์
แม้วงดนตรีหน้าใหม่จากโมโนโทน กรุ๊ปกลุ่มนี้ จะไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติหรือมีเนื้อหาที่แฝงไว้ด้วยแง่มุมความคิดอันแหลมคมหาผู้ใดเสมอเหมือนออกมา ทว่าแนวทางดนตรีในแบบป๊อป-แจ๊ซซ์และบรอดเวย์ที่เธอและพวกเขานำเสนอก็ทำให้คนฟังจำนวนหนึ่งได้รับรู้ถึงพลังของความสดใหม่ทางดนตรีที่เกิดขึ้นมาระลอกแล้วระลอกเล่าในวงการเพลงไทยสากล โดย แอนจี้ แอนด์ เดอะ พุสซี่ แคทส์ ก็ได้มีตำแหน่งแห่งอยู่บนยอดคลื่นลูกใหม่ระลอกล่าสุดซึ่งเดินทางเข้าสู่ชายฝั่งเพลงไทยสากลเมื่อปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมา
รางวัลศิลปินชายเดี่ยวยอดเยี่ยม
บรรณ สุวรรณโณชิน อัลบั้ม สำนวนสวนสัตว์
หลังจากออกผลงานในแนวแจ๊ซซ์และบอสซาโนว่าที่น่าจดจำกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ไปเมื่อปี พ.ศ. 2547 บรรณ สุวรรณโณชิน ก็กลับมาออกผลงานที่ยังยึดมั่นอยู่กับดนตรีแนวทางเดิมอีกครั้ง ในเวลา 1 ปีต่อมา กับสังกัดเล็ก ๆ ส่วนตัว นอกจากแนวทางของดนตรีที่ยังเหมือนเดิม (แต่บันทึกเสียงได้ดีขึ้น) แล้ว เนื้อหาในเพลง (ตลอดจนรูปลักษณ์ของกล่องบรรจุซีดี) ของบรรณก็ยังแฝงไว้ด้วยแง่มุมของคนช่างคิด คนมองโลกในแง่ดี และคนที่มีความพิถีพิถันในการทำงานอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อพิจารณาจากผลงานเพลงไทยสากลทั้งหมดในช่วงปี พ.ศ. 2548 ก็ดูเหมือนว่าศิลปินที่มีจุดยืนในการทำงานของตนเองอย่างแน่วแน่เช่น บรรณ จะเป็นศิลปินชายเดี่ยวซึ่งมีผลงานเพลงเป็นที่น่าพอใจและน่าจดจำที่สุด
รางวัลศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม
สุภัทรา อินทรภักดี อัลบั้ม เมื่อดอกซากุระบาน
เสียงร้องของ สุภัทรา อินทรภักดี ยังคงเป็นเสียงร้องที่มีความไพเราะและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสมอสำหรับวงการเพลงไทยสากล โดยเสียงร้องที่ดีเช่นนั้นรวมทั้งฝีมือการเล่นกีต้าร์คลาสสิคของสุภัทราก็ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเธอที่มีชื่อว่า เมื่อดอกซากุระบาน ในท่ามกลางเพลงใหม่ เพลงเก่า เพลงที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศงดงามในโบสถ์ของคริสต์ศาสนา และเพลงที่ซาบซึ้งกับบรรยากาศสุขสงบในวัดแบบพุทธ เสียงร้องที่ไพเราะของสุภัทรา ตลอดจนการอำนวยการผลิตของ ดนู ฮันตระกูล ได้เรียงร้อยให้ความแตกต่างหลากหลายเหล่านั้นเชื่อมโยงกันเป็นผลงานเพลงที่ฟังแล้วรื่นหูน่าพอใจยิ่งกว่าศิลปินหญิงเดี่ยวคนใดที่ออกผลงานมาในปีเดียวกัน
รางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมและอัลบั้มยอดเยี่ยม
ที-โบน อัลบั้ม เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์
ก่อนจะออกอัลบั้มชุด เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์ วงดนตรีสกา-เร็กเก้ที่มั่นคงในความเชื่อและแนวทางของตนเองอย่าง ที-โบน ได้มีโอกาสไปร่วมแสดงดนตรีในงานเทศกาลดนตรีแกลสตันบิวรี่ ประจำปี ค.ศ. 2005 อันอาจถือได้ว่าเป็นก้าวย่างสู่การ โก อินเตอร์ ของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า ศิลปินทุกคนทุกกลุ่มที่ได้ไปร่วมงานเทศกาลดนตรีแกลสตันบิวรี่ จะสามารถมีคุณสมบัติเป็น วงดนตรีของโลก ไปเสียทั้งหมด
ในอัลบั้มชุดเอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์ ที่ออกมาภายหลังการเดินทางไปแกลสตันบิวรี่ของที-โบน เพลงที่บรรจุในอัลบั้มชุดนี้ประกอบไปด้วยเพลงที่ใฝ่ฝันถึงความรักที่มีต่อกันของ คนของโลก โดยปราศจากกำแพงแห่งความแตกต่างใด ๆ มากีดกั้น อย่างเพลง one love วันรัก เพลงสนุก ๆ อย่าง มนต์รักเพลงสกา ที่แฝงคำร้องที่น่าสนใจไว้ว่า สกากันสักที ค่ำคืนนี้ยังไม่เลิกลา หัวใจมากมายต่างภาษา อยู่ร่วมกันด้วยความรัก เข้าใจ พูดจา รับฟัง ส่วนเพลงที่มีคำร้องอื่น ๆ ก็มีเนื้อหาอันเป็นสากลซึ่งคนทั่วโลกสามารถทำความเข้าใจได้ (แต่มีข้อแม้คือเขาต้องเรียนรู้ภาษาไทยเสียก่อน) นอกจากนั้น อัลบั้มชุดนี้ ยังมีเพลงบรรเลงที่คนฟังจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้บรรจุอยู่เกือบครึ่งอัลบั้ม
แม้ที-โบนจะทำเพลงภาษาไทย และทำเพลงสกา-เร็กเก้ที่มีกลิ่นอายแบบไทย ๆ แต่เนื้อหาที่มีอยู่ในเพลงจำนวนหนึ่งของพวกเขากลับคำนึงถึงเพื่อนร่วมโลกทุกคน อีกทั้งพวกเขายังสร้างสรรค์เพลงบรรเลงจำนวนมากที่สามารถสื่อสารกับคนรักดนตรีทั่วทั้งโลกโดยไม่แบ่งเชื้อชาติและภาษาได้ อัลบั้มชุด เอ็นจอย ยัวร์เซลฟ์ ของพวกเขาจึงแสดงให้เห็นถึงก้าวย่างทางดนตรีที่สำคัญยิ่งของ ที-โบน เพราะนับจากนี้ พวกเขาจะไม่ใช่วงดนตรีสกา-เร็กเก้ของประเทศไทยอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังจะกลายเป็น วงดนตรีของโลก ของคนรักดนตรีทั่วโลก

#1 By * ฉาวอำ CHALAM ตัวหนังสือมีชีวิต * on 2006-02-10 13:04